กระทบยอดขายแยกแต่ละแพลตฟอร์มให้ครบ
บัญชีร้านค้าออนไลน์ที่ขายผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และเว็บไซต์ของตัวเอง มีความซับซ้อนกว่าร้านที่ขายช่องทางเดียว เพราะต้องกระทบยอดขายแยกเป็นรายแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ดูแค่ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีรวมกัน ทุกแพลตฟอร์มมีรอบตัดยอดและวันโอนเงินไม่ตรงกัน หากไม่แยกให้ชัดจะหาที่มาของรายได้แต่ละช่องทางไม่เจอเมื่อต้องยื่นภาษี
บันทึกยอดขายเต็ม ไม่ใช่ยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม
จุดที่ร้านค้าออนไลน์พลาดบ่อยที่สุดคือการบันทึกรายได้ผิด เพราะแพลตฟอร์มมักหักค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นก่อนโอนเงินเข้าบัญชี:
- ยอดขายที่ต้องบันทึกเป็นรายได้คือยอดขายเต็มตามใบสั่งซื้อ ก่อนหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ยอดสุทธิที่โอนเข้าบัญชีจริง
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่นการขาย และค่าโฆษณาในแพลตฟอร์มที่ถูกหักไว้ ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
- ค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มหรือร้านออกให้ฟรี ต้องบันทึกให้สอดคล้องกับนโยบายจริง ไม่ปนกับยอดขายสินค้า
เกณฑ์รายได้ที่ร้านค้าออนไลน์ต้องจดทะเบียน VAT
ร้านค้าออนไลน์ใช้เกณฑ์เดียวกับธุรกิจซื้อมาขายไปทั่วไป คือเมื่อรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด จุดที่ร้านออนไลน์มักพลาดคือรายได้จากหลายแพลตฟอร์มต้องนำมารวมกันเพื่อดูว่าถึงเกณฑ์หรือยัง ไม่ใช่แยกดูทีละแพลตฟอร์มว่าแต่ละช่องทางยังไม่ถึงเกณฑ์
การตีราคาสต๊อกสินค้าคงเหลือปลายปี
ร้านค้าออนไลน์ที่มีสต๊อกสินค้าเอง (ไม่ใช่แบบ dropship) ต้องตรวจนับและตีราคาสต๊อกคงเหลือ ณ วันสิ้นปีให้ถูกต้อง เพราะกระทบต้นทุนขายและกำไรที่ต้องเสียภาษีโดยตรง สินค้าที่ค้างสต๊อกนานหรือขายไม่ออกควรพิจารณาปรับมูลค่าให้สอดคล้องกับสภาพจริง ไม่ปล่อยให้มูลค่าสต๊อกในบัญชีสูงเกินความเป็นจริง
เอกสารหัก ณ ที่จ่ายและใบสรุปยอดจากแพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลายเจ้าจะออกใบสรุปยอดขายและเอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ผู้ขายเป็นรายเดือน ร้านค้าควรเก็บเอกสารเหล่านี้ให้ครบทุกเดือนและกระทบยอดกับตัวเลขที่บันทึกในบัญชีของร้านเอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีและป้องกันปัญหาตัวเลขไม่ตรงกันเมื่อถูกตรวจสอบภายหลัง
ให้ทีมนักบัญชีของเราช่วยกระทบยอดขายจากทุกแพลตฟอร์ม ดูแลเรื่อง VAT และภาษีให้ครบทุกเดือน คุณโฟกัสกับการขายได้เต็มที่
ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี