บัญชีธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน/อีเวนต์
ต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง

สารบัญ
  1. ทำไมบัญชีธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน/อีเวนต์ถึงมีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
  2. เงินมัดจำ/เงินจองคิวงานล่วงหน้า ไม่ใช่รายได้ทันที
  3. การจ้างช่วง (Subcontractor) กับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  4. แยกต้นทุนเป็นรายโปรเจกต์ เพื่อดูกำไรจริงต่องาน
  5. ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าจ่ายคืน ไม่ควรปนกับรายได้
  6. เคล็ดลับวางระบบบัญชีธุรกิจอีเวนต์

ทำไมบัญชีธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน/อีเวนต์ถึงมีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

บัญชีธุรกิจอีเวนต์และบัญชีรับจัดงานแต่งงานมีความซับซ้อนกว่าธุรกิจบริการทั่วไป เพราะแต่ละงานมีลักษณะเป็นโปรเจกต์เฉพาะกิจที่ต้องรับเงินมัดจำล่วงหน้า จ้างซัพพลายเออร์หลายเจ้าพร้อมกัน และมักมีค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าฝากจ่ายแทนปนอยู่กับค่าบริการ ถ้าไม่แยกบัญชีแต่ละส่วนให้ชัด เจ้าของธุรกิจจะไม่รู้ว่างานไหนกำไรจริง งานไหนขาดทุน เพราะตัวเลขทั้งหมดถูกปนกันในก้อนเดียว

เงินมัดจำ/เงินจองคิวงานล่วงหน้า ไม่ใช่รายได้ทันที

เงินมัดจำหรือเงินจองคิวงานที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้าก่อนถึงวันงาน ทางบัญชีต้องบันทึกเป็น "เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า" ในหมวดหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ทันทีตอนรับเงิน เพราะธุรกิจยังมีภาระต้องจัดงานให้เสร็จตามที่ตกลงไว้ก่อน หากลูกค้ายกเลิกงานและมีเงื่อนไขคืนเงินบางส่วนตามสัญญา ก็ต้องปรับปรุงยอดหนี้สินให้ตรงกับเงื่อนไขนั้น รายได้จะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อจัดงานเสร็จสิ้นและส่งมอบบริการครบตามที่ตกลงไว้แล้วเท่านั้น

การจ้างช่วง (Subcontractor) กับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน/อีเวนต์มักจ้างช่วงซัพพลายเออร์หลายเจ้าในแต่ละงาน เช่น ช่างภาพ ร้านดอกไม้ ผู้ให้เช่าเต็นท์และเครื่องเสียง เมื่อจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเหล่านี้ ธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมักมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ของแต่ละบริการ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับจ้างทุกรายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนกรณีเจ้าของธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจะขึ้นอยู่กับลักษณะเงินได้และเงื่อนไขเฉพาะที่ต่างออกไป จึงควรปรึกษานักบัญชีเพื่อตรวจสอบให้ถูกต้องเป็นรายกรณี หากจ้างช่วงหลายเจ้าในงานเดียว ควรทำระบบติดตามว่าใครยังไม่ได้รับหนังสือรับรอง เพื่อไม่ให้ตกหล่นตอนสิ้นปี

แยกต้นทุนเป็นรายโปรเจกต์ เพื่อดูกำไรจริงต่องาน

ต้นทุนของแต่ละงาน เช่น ค่าซัพพลายเออร์ ค่าสถานที่ ค่าทีมงานหน้างาน ควรบันทึกแยกเป็นรายโปรเจกต์แทนที่จะรวมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียวของทั้งบริษัท เพราะแต่ละงานมีขนาดและกำไรต่างกันมาก การแยกต้นทุนรายโปรเจกต์ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นชัดว่างานแบบไหน ขนาดไหน ทำกำไรได้ดีที่สุด และช่วยตั้งราคาสำหรับงานลักษณะเดียวกันในอนาคตได้แม่นยำขึ้น

ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าจ่ายคืน ไม่ควรปนกับรายได้

บางครั้งธุรกิจอีเวนต์ต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายบางอย่างแทนลูกค้าไปก่อน แล้วเรียกเก็บคืนภายหลัง (reimbursement) เช่น ค่าเดินทางหรือค่าดำเนินการพิเศษที่ลูกค้าขอเพิ่ม เงินส่วนนี้ไม่ควรบันทึกปนกับรายได้ค่าบริการของธุรกิจ เพราะไม่ใช่รายได้ที่แท้จริง แต่เป็นเงินที่จ่ายแทนแล้วเรียกคืน การแยกบันทึกให้ชัดเจนช่วยให้ยอดรายได้ที่แสดงในงบการเงินสะท้อนรายได้จากการให้บริการจริง ไม่ถูกปั้นให้สูงเกินจริงจากเงินที่แค่ผ่านมือ

เคล็ดลับวางระบบบัญชีธุรกิจอีเวนต์

ป้องกันปัญหาบัญชีธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน/อีเวนต์ได้ด้วยการวางระบบพื้นฐาน 4 ข้อนี้:

  • บันทึกเงินมัดจำ/เงินจองคิวงานเป็นหนี้สินก่อนเสมอ อย่ารีบรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ตอนรับเงิน
  • เก็บสัญญาและหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของซัพพลายเออร์ทุกรายให้ครบทุกงาน
  • แยกบันทึกต้นทุนและรายได้เป็นรายโปรเจกต์ ไม่รวมปนกันทั้งบริษัท
  • แยกเงินที่สำรองจ่ายแทนลูกค้าออกจากรายได้ค่าบริการให้ชัดเจนทุกครั้ง
ทำธุรกิจรับจัดงานแต่งงานหรืออีเวนต์อยู่ใช่ไหม?

เรามีประสบการณ์ดูแลบัญชีธุรกิจที่ทำงานเป็นโปรเจกต์ มีเงินมัดจำล่วงหน้าและการจ้างช่วงหลายเจ้า เข้าใจจุดที่ต้องระวังของธุรกิจอีเวนต์โดยเฉพาะ

ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี