นายหน้า/ตัวแทนประกันภัย รับค่าคอมมิชชั่น
ต้องเสียภาษีอย่างไร

สารบัญ
  1. ใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัยจาก คปภ. ที่ต้องมีก่อนรับค่าคอมมิชชั่น
  2. ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นเงินได้ประเภทไหน
  3. บริษัทประกันหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายค่าคอมมิชชั่นยังไง
  4. ค่าคอมมิชชั่นต่ออายุกรมธรรม์ (renewal) รับรู้รายได้ยังไง
  5. ควรจดบุคคลธรรมดาหรือจดบริษัทเมื่อรายได้ค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้น

ใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัยจาก คปภ. ที่ต้องมีก่อนรับค่าคอมมิชชั่น

ผู้ที่จะรับค่าคอมมิชชั่นจากการขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก่อน โดยต้องผ่านการอบรมและสอบตามหลักสูตรที่ คปภ. กำหนด และต่ออายุใบอนุญาตตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

การรับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่มีใบอนุญาต หรือปล่อยให้ใบอนุญาตขาดอายุแล้วยังขายประกันต่อ มีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมายและอาจถูกบริษัทประกันระงับการจ่ายค่าคอมมิชชั่น จึงควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของตนเองให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นเงินได้ประเภทไหน

ค่าคอมมิชชั่นจากการขายประกันภัยอาจถือเป็นเงินได้ประเภท 40(2) (เงินได้จากการรับทำงานให้) หรือเงินได้จากการประกอบธุรกิจ แล้วแต่ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทน/นายหน้ากับบริษัทประกัน

  • ตัวแทนที่ทำงานในลักษณะพนักงานประจำของบริษัทประกันหรือมีนายจ้างชัดเจน มักถือเป็นเงินเดือน/ค่าจ้างตามปกติ
  • ตัวแทนอิสระที่รับค่าคอมมิชชั่นจากหลายบริษัทประกันโดยไม่มีสถานะลูกจ้าง มักถือเป็นเงินได้ประเภท 40(2)
  • นายหน้าประกันภัยที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รายได้ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นรายได้ของธุรกิจตามปกติ

การจัดประเภทเงินได้ที่ถูกต้องมีผลต่อวิธีคำนวณค่าใช้จ่ายที่หักได้และอัตราภาษีที่ต้องเสีย ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีให้ชัดเจนตามลักษณะการทำงานจริงของตนเอง

บริษัทประกันหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายค่าคอมมิชชั่นยังไง

บริษัทประกันภัยที่จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ตัวแทน/นายหน้า มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงินทุกครั้ง และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตัวแทนเก็บไว้เป็นหลักฐานใช้เครดิตภาษีตอนยื่นภาษีเงินได้ประจำปี อัตราที่หักขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และสถานะของผู้รับเงินตามที่กล่าวในหัวข้อก่อนหน้า ควรตรวจสอบยอดหักภาษี ณ ที่จ่ายสะสมจากทุกบริษัทประกันที่ทำงานด้วยให้ครบก่อนยื่นภาษีประจำปี

ค่าคอมมิชชั่นต่ออายุกรมธรรม์ (renewal) รับรู้รายได้ยังไง

นอกจากค่าคอมมิชชั่นตอนขายกรมธรรม์ครั้งแรก ตัวแทนส่วนใหญ่ยังได้รับค่าคอมมิชชั่นต่อเนื่องจากการที่ลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์ในปีถัดๆ ไป (renewal commission) ซึ่งอาจได้รับต่อเนื่องหลายปีตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน ค่าคอมมิชชั่นส่วนนี้ต้องรับรู้เป็นรายได้ตามงวดที่ได้รับจริงในแต่ละปี ไม่ใช่รับรู้รายได้ทั้งก้อนล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่ขายกรมธรรม์ครั้งแรก

ตัวแทนที่มีฐานลูกค้าเดิมจำนวนมากควรบันทึกแยกระหว่างรายได้จากการขายใหม่กับรายได้ค่าคอมมิชชั่นต่ออายุ เพื่อให้เห็นภาพรายได้ที่มั่นคง (recurring) แยกจากรายได้ที่ผันผวนตามยอดขายแต่ละเดือน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการวางแผนภาษีและการเงินส่วนตัว

ควรจดบุคคลธรรมดาหรือจดบริษัทเมื่อรายได้ค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้น

ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีรายได้ค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้นเรื่อยๆ ควรเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างการยื่นแบบบุคคลธรรมดา (หักค่าใช้จ่ายตามจริงหรือเหมาตามที่กฎหมายกำหนด) กับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแทน เพราะอัตราภาษีและวิธีหักค่าใช้จ่ายของสองรูปแบบต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อมีค่าใช้จ่ายทางธุรกิจจริง เช่น ค่าการตลาด ค่าเดินทางพบลูกค้า ที่ต้องการหักตามจริงมากกว่าเหมาจ่าย

การจดเป็นนิติบุคคลยังมีภาระเพิ่มเติม เช่น การทำบัญชีและงบการเงินประจำปีตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งควรชั่งน้ำหนักกับประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับก่อนตัดสินใจ

ค่าคอมมิชชั่นหลายบริษัทประกัน ต้องรวมยอดและวางแผนภาษีให้ถูกต้อง

บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเรา ช่วยรวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากทุกบริษัทประกัน คำนวณภาษี และให้คำแนะนำว่าควรจดบุคคลธรรมดาหรือจดบริษัทตามรายได้ที่แท้จริงของคุณ

ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี