
บัญชีโรงสีข้าวอุบล ต้องเชื่อมปริมาณข้าวเปลือกที่รับเข้า น้ำหนักหลังปรับความชื้น ผลผลิตแต่ละชนิด และค่าใช้จ่ายของรอบสีเข้าด้วยกัน หากเก็บเพียงยอดซื้อกับยอดขาย กิจการจะอธิบายไม่ได้ว่าข้าวหายไปกับความชื้น กระบวนการผลิต หรือการบันทึกที่ไม่ครบ
รับซื้อข้าวเปลือกต้องมีหลักฐานตั้งแต่หน้าเครื่องชั่ง
ทุกเที่ยวรับซื้อควรมีเลขรายการเดียวที่ตามย้อนจากผู้ขาย รถ น้ำหนัก และการจ่ายเงินได้ แม้ผู้ขายบางรายเป็นเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารการค้าแบบบริษัท โรงสีก็ควรจัดทำหลักฐานรับซื้อภายในให้ครบตามข้อเท็จจริงและให้ผู้ขายรับรอง
- ชื่อและข้อมูลผู้ขาย วันที่ เวลา และทะเบียนรถ
- ชนิดข้าว ฤดูกาล แหล่งที่มา น้ำหนักเข้า–ออก และน้ำหนักสุทธิ
- ค่าความชื้น สิ่งเจือปน เกณฑ์หักน้ำหนัก และราคาต่อหน่วย
- ยอดสุทธิ วิธีจ่ายเงิน และหลักฐานโอนหรือรับเงิน
- ลายมือชื่อผู้ชั่ง ผู้อนุมัติ และผู้ขายหรือผู้ส่งมอบ
รูปแบบเอกสารภาษีและหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายต้องตรวจตามสถานะผู้ซื้อ ผู้ขาย และลักษณะรายการจริง ไม่ควรใช้แบบเดียวกับคู่ค้าทุกประเภทโดยอัตโนมัติ
บัญชีโรงสีข้าวอุบลควรแยกสต๊อกตามชนิดและความชื้น
ข้าวเปลือกชื่อเดียวกันอาจมีต้นทุนและผลได้ต่างกันเพราะฤดูกาล แหล่งรับซื้อ และความชื้น คลังจึงควรแบ่งล็อตให้ตรงกับการรับจริง และบันทึกการย้ายกอง อบ ลดความชื้น หรือเบิกเข้าสีทุกครั้ง
- กำหนดรหัสล็อตตั้งแต่ชั่งรับจนเข้ากระบวนการ
- บันทึกน้ำหนักก่อนและหลังลดความชื้นแยกจากการสูญเสียอื่น
- ตรวจนับหรือชั่งยืนยันตามรอบ พร้อมใบปรับปรุงที่อนุมัติแล้ว
- แยกข้าวของโรงสีออกจากข้าวที่รับฝากหรือรับจ้างสี
แยกข้าวสาร ปลายข้าว รำ แกลบ และน้ำหนักสูญเสีย
เมื่อเบิกข้าวเปลือกเข้าสี ต้องปิดรอบผลิตด้วยผลผลิตทุกชนิด ไม่ใช่บันทึกเฉพาะข้าวสารที่เป็นสินค้าหลัก สำหรับโรงสีขนาดเล็กที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า 5 เมตริกตันต่อ 24 ชั่วโมงและไม่มีหน้าที่ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าข้าว กรมสรรพากรกำหนดบัญชีพิเศษสำหรับข้าวเปลือก ต้นข้าว ปลายข้าว และรำ ส่วนโรงสีนอกเงื่อนไขควรตรวจหน้าที่รายงานตามกฎหมายว่าด้วยการค้าข้าวและสถานะกิจการเพิ่มเติม
- บันทึกน้ำหนักวัตถุดิบเข้าตามล็อตและเวลาเริ่ม–จบรอบ
- ชั่งต้นข้าว ปลายข้าว รำ และผลผลิตพลอยได้แยกกัน
- คำนวณอัตราผลได้ต่อข้าวเปลือกหนึ่งหน่วยแล้วเทียบมาตรฐานภายใน
- สอบสวนผลต่างเกินเกณฑ์โดยดูความชื้น เครื่องจักร และการชั่ง
รวบรวมต้นทุนสีข้าวตามรอบผลิตอย่างสม่ำเสมอ
ต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะราคาข้าวเปลือก ควรรวบรวมไฟฟ้า เชื้อเพลิง ค่าแรง บรรจุภัณฑ์ ค่าซ่อมบำรุง และค่าเสื่อมของเครื่องจักรด้วย วิธีปันส่วนต้องใช้ฐานเดิมอย่างสม่ำเสมอและอธิบายได้ เช่น ชั่วโมงเครื่องหรือน้ำหนักที่ผ่านการสี
- แยกต้นทุนรับซื้อ อบ เก็บ สี คัด และบรรจุเมื่อข้อมูลรองรับ
- บันทึกเวลาหยุดเครื่องและของเสียเพื่อหาสาเหตุของต้นทุนเพิ่ม
- กำหนดวิธีแบ่งต้นทุนร่วมระหว่างข้าวสารกับผลผลิตพลอยได้
- แยกรายได้ค่ารับจ้างสีออกจากการขายข้าวของโรงสี
บัญชีพิเศษรายวันและเอกสารที่ส่งผู้ทำบัญชีทุกเดือน
ข้อมูลจากเครื่องชั่ง คลัง และฝ่ายผลิตควรปิดยอดรายวัน ก่อนสรุปส่งผู้รับทำบัญชีโรงสีอุบลทุกเดือน เพื่อให้ยอดปริมาณเชื่อมกับมูลค่าในบัญชีและตรวจสอบย้อนหลังได้
- บัญชีพิเศษของโรงสีขนาดเล็กตามเงื่อนไข หรือรายงานการค้าข้าวประจำวัน/รายงานอื่นที่กิจการมีหน้าที่จัดทำ
- ใบชั่ง ใบรับซื้อ รายงานความชื้น และหลักฐานจ่ายเงิน
- ใบเบิกเข้าสี รายงานผลผลิต และรายงานปรับยอดแต่ละล็อต
- ใบขาย ใบส่งของ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และเอกสารรับคืนตามกรณี
- รายการธนาคาร เงินสด ค่าแรง ค่าไฟ เชื้อเพลิง ซ่อมบำรุง และบรรจุภัณฑ์
คำถามบัญชีโรงสีข้าว
โรงสีควรรวมข้าวเปลือกทุกชนิดเป็นสต๊อกเดียวกันหรือไม่
ไม่ควรรวมทั้งหมด ควรแยกอย่างน้อยตามชนิด ฤดูกาล แหล่งรับซื้อ และช่วงความชื้นที่มีผลต่อราคาและผลได้ เพื่อให้ต้นทุนกับปริมาณคงเหลือตรวจสอบย้อนกลับได้
รำและแกลบที่ขายได้ต้องบันทึกหรือไม่
ต้องบันทึกทั้งปริมาณและมูลค่าตามข้อเท็จจริง เพราะเป็นผลผลิตจากการสีที่เชื่อมกับข้าวเปลือกเข้า และมีผลต่อการวิเคราะห์ต้นทุนกับรายได้ของรอบผลิต
รับสีข้าวให้ลูกค้ากับซื้อข้าวมาสีเองควรแยกกันหรือไม่
ควรแยก เพราะรับจ้างสีเป็นรายได้บริการและข้าวยังอาจเป็นของลูกค้า ส่วนการซื้อข้าวมาสีเองมีสต๊อกและต้นทุนสินค้าเป็นของโรงสี เอกสารและการคุมปริมาณจึงต่างกัน
พัทธ์ธีรา การบัญชีช่วยจัดรายการเอกสารและดูแลงานบัญชีรายเดือนให้ข้อมูลรับซื้อ สต๊อก ผลผลิต และค่าใช้จ่ายของโรงสีเชื่อมกัน
ดูบริการรับทำบัญชีรายเดือน