บัญชีบริษัททัวร์/ธุรกิจนำเที่ยว
ต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง

สารบัญ
  1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่ต้องมีก่อนเริ่มรับลูกค้า
  2. เงินมัดจำ/ค่าทัวร์ที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้า บันทึกยังไงให้ถูก
  3. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทนลูกทัวร์ กับค่าคอมมิชชั่นตัวแทนขาย
  4. ทัวร์ต่างประเทศที่รับเงินเป็นสกุลต่างประเทศ คำนวณยังไง
  5. VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเที่ยว

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่ต้องมีก่อนเริ่มรับลูกค้า

ธุรกิจนำเที่ยวต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยวก่อนเปิดรับลูกค้าจริง และต้องวางหลักประกันไว้กับกรมฯ ตามประเภทใบอนุญาตที่ขอ (นำเที่ยวในประเทศ นำเที่ยวต่างประเทศ หรือนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่) ซึ่งวงเงินหลักประกันแต่ละประเภทไม่เท่ากันและควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมการท่องเที่ยวโดยตรงก่อนยื่นขอ

ใบอนุญาตนี้มีอายุและต้องต่ออายุตามรอบที่กฎหมายกำหนด นักบัญชีที่ดูแลธุรกิจนำเที่ยวจึงควรมีปฏิทินติดตามวันหมดอายุใบอนุญาตแยกจากปฏิทินภาษี เพราะถ้าใบอนุญาตขาดต่อจะกระทบทั้งการรับลูกค้าและความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า เช่น โรงแรมหรือสายการบินที่ทำสัญญาด้วย

เงินมัดจำ/ค่าทัวร์ที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้า บันทึกยังไงให้ถูก

เงินมัดจำหรือค่าทัวร์เต็มจำนวนที่ลูกค้าโอนมาก่อนวันเดินทาง ต้องบันทึกเป็น "เงินรับล่วงหน้า" (บัญชีหนี้สิน) ไม่ใช่รายได้ทันทีที่ได้รับเงิน เพราะบริษัทยังมีภาระต้องให้บริการนำเที่ยวจริงในอนาคต

  • รับรู้เป็นรายได้เมื่อทริปเดินทางเสร็จสิ้นแล้ว หรือทยอยรับรู้ตามจำนวนวันทัวร์ที่ให้บริการจริงถ้าเป็นทริประยะยาว
  • กรณีลูกค้ายกเลิกและมีการหักค่ามัดจำตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ล่วงหน้า ส่วนที่หักไว้จึงค่อยรับรู้เป็นรายได้ ณ วันที่ยกเลิกจริง ไม่ใช่รายได้ตั้งแต่วันรับเงินมัดจำ
  • ทริปที่ยกเลิกและต้องคืนเงินเต็มจำนวน ให้กลับรายการเงินรับล่วงหน้าออก ไม่ปนกับรายได้ของเดือนนั้น

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทนลูกทัวร์ กับค่าคอมมิชชั่นตัวแทนขาย

บริษัททัวร์ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้บริการเองและตัวกลางจ่ายเงินแทนลูกค้า (ค่าโรงแรม ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าไกด์ท้องถิ่น) จุดที่ต้องระวังคือแยกให้ชัดว่าส่วนไหนคือรายได้จริงของบริษัท ส่วนไหนเป็นเพียงเงินที่จ่ายแทนแล้วเรียกเก็บคืน (pass-through cost) เพราะถ้าบันทึกปนกันจะทำให้รายได้และต้นทุนในงบการเงินสูงเกินจริงทั้งสองด้าน

  • ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ตัวแทนขายทัวร์หรือเอเจนต์ท่องเที่ยว ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตัวแทนทุกครั้ง
  • ค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทนลูกทัวร์แล้วเรียกเก็บคืนพอดี (ไม่มีส่วนต่างกำไร) ควรบันทึกผ่านบัญชีพักทรัพย์สิน/หนี้สินระหว่างกัน ไม่ใช่รับรู้เป็นรายได้-รายจ่ายเต็มจำนวน

ทัวร์ต่างประเทศที่รับเงินเป็นสกุลต่างประเทศ คำนวณยังไง

ทัวร์ต่างประเทศที่รับชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ หรือมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ (ค่าโรงแรม ค่าไกด์ต่างประเทศ) ต้องแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการจริง ไม่ใช่ใช้อัตราคงที่ตลอดทั้งปี

ผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นระหว่างวันรับเงินมัดจำกับวันที่จ่ายค่าใช้จ่ายจริงให้ซัพพลายเออร์ต่างประเทศ ต้องบันทึกเป็นกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแยกต่างหาก ไม่ปนกับรายได้ค่าทัวร์ เพื่อให้เห็นกำไรที่แท้จริงจากการดำเนินธุรกิจแต่ละทริป

VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเที่ยว

ธุรกิจนำเที่ยวถือเป็นธุรกิจบริการทั่วไป จึงต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีเช่นเดียวกับธุรกิจบริการประเภทอื่น และต้องคำนวณ VAT จากค่าบริการนำเที่ยวส่วนที่เป็นรายได้จริงของบริษัท ไม่รวมส่วนที่เป็นเพียงเงินจ่ายแทนลูกค้า

  • ค่าไกด์ฟรีแลนซ์และค่าคอมมิชชั่นตัวแทนขาย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
  • ค่าเช่ารถบัสนำเที่ยวหรือบริการขนส่งที่จ้างบริษัทอื่น อาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทบริการ ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายเงินทุกสัญญา
ธุรกิจนำเที่ยวมีเงินมัดจำและค่าใช้จ่ายแทนลูกค้าที่ต้องแยกบัญชีให้ชัดเจน

บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเรา ช่วยแยกเงินรับล่วงหน้า ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายแทนลูกทัวร์ให้ถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี พร้อมยื่นภาษีให้ตรงเวลาทุกเดือน

ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี