บัญชีร้านขายยา/เภสัชกรรม
ต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง

สารบัญ
  1. ใบอนุญาตขายยาและเภสัชกรประจำร้าน
  2. สต๊อกยาหมดอายุ ต้องตัดมูลค่ายังไง
  3. แยกยาทั่วไปกับยาควบคุมพิเศษให้ถูกต้อง
  4. ส่วนลด/โปรโมชั่นจากผู้แทนยาที่กระทบต้นทุน
  5. ภาษีร้านขายยาที่ควรรู้เพิ่มเติม

ใบอนุญาตขายยาและเภสัชกรประจำร้าน

บัญชีร้านขายยาเริ่มต้นจากการตรวจสอบว่าร้านมีใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันถูกต้องและมีเภสัชกรประจำร้านตามเวลาทำการที่กฎหมายกำหนด เพราะค่าตอบแทนเภสัชกรที่มาประจำร้าน (ทั้งเจ้าของกิจการเองหรือจ้างเภสัชกรมาช่วยดูแลร้าน) ต้องบันทึกแยกเป็นต้นทุนบุคลากรให้ชัดเจน และหากจ้างเภสัชกร part-time มาช่วยประจำร้านในบางช่วงเวลา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ค่าจ้างบริการเช่นเดียวกับวิชาชีพอิสระอื่น

สต๊อกยาหมดอายุ ต้องตัดมูลค่ายังไง

ยาเป็นสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน ร้านขายยาจึงต้องตรวจนับสต๊อกและตัดมูลค่ายาหมดอายุ/เสื่อมสภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ค้างในบัญชีเป็นสินทรัพย์ทั้งที่ขายไม่ได้แล้ว

  • ตรวจนับสต๊อกตามรอบ: ควรตรวจนับอย่างน้อยทุกเดือนหรือทุกไตรมาส แยกยาใกล้หมดอายุออกมาเป็นกลุ่มพิเศษ
  • ตัดมูลค่ายาหมดอายุ: ยาที่หมดอายุแล้วต้องตัดออกจากสต๊อกและบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย/ผลขาดทุนจากสินค้าเสื่อมสภาพ
  • เอกสารการทำลายยา: ควรมีบันทึกการทำลายยาหมดอายุตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดสต๊อกทางบัญชี

แยกยาทั่วไปกับยาควบคุมพิเศษให้ถูกต้อง

ร้านขายยาต้องแยกบันทึกรายได้จากการขายยาทั่วไป (ยาสามัญประจำบ้าน ยาแผนปัจจุบัน) กับยาควบคุมพิเศษที่ต้องมีใบสั่งแพทย์หรือมีการควบคุมเฉพาะ เพราะยาควบคุมพิเศษมักต้องมีเอกสารกำกับการซื้อ-ขายและทะเบียนควบคุมสต๊อกที่เข้มงวดกว่ายาทั่วไป การปนบัญชีทั้งสองประเภทเข้าด้วยกันอาจทำให้ตรวจสอบย้อนหลังยาก ทั้งฝั่งกฎหมายยาและฝั่งภาษี

ส่วนลด/โปรโมชั่นจากผู้แทนยาที่กระทบต้นทุน

ร้านขายยามักได้รับส่วนลดการค้า ของแถม หรือโปรโมชั่นซื้อยกโหลจากผู้แทนขายยา/บริษัทยา ซึ่งกระทบต้นทุนสินค้าโดยตรง

  • ส่วนลดเงินสด/ส่วนลดการค้า: ต้องบันทึกหักออกจากต้นทุนซื้อยา ไม่ใช่บันทึกเป็นรายได้อื่น
  • ของแถมพ่วงการซื้อ: ต้องกระจายต้นทุนของแถมเข้าไปในต้นทุนต่อหน่วยของยาที่ซื้อมาให้ถูกต้อง
  • โปรโมชั่นเฉพาะช่วง: ควรบันทึกแยกเป็นรายการเพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงของยาแต่ละล็อต เพราะราคาต้นทุนอาจต่างกันในแต่ละรอบสั่งซื้อ

ภาษีร้านขายยาที่ควรรู้เพิ่มเติม

นอกจากเรื่องสต๊อกและใบอนุญาตแล้ว ร้านขายยาที่มียอดขายรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT เช่นเดียวกับธุรกิจซื้อมาขายไปทั่วไป และควรบันทึกยอดขายแยกตามช่องทาง หากมีทั้งขายหน้าร้านและส่งยาผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อกระทบยอดขายกับสต๊อกได้ถูกต้องในแต่ละเดือน

ร้านขายยาของคุณคุมสต๊อกและบัญชีถูกต้องหรือยัง?

บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเรา ช่วยดูแลสต๊อกยา ต้นทุน และภาษีให้ถูกต้อง พร้อมยื่นภาษีให้ตรงเวลาทุกเดือน

ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี