นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ รับค่าคอมมิชชั่น
ต้องเสียภาษีอย่างไร

สารบัญ
  1. ทำไมภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ถึงมีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
  2. ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นเงินได้ประเภทไหน ขึ้นอยู่กับอะไร
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ผู้ว่าจ้างต้องหักให้นายหน้า
  4. ค่าใช้จ่ายทำการตลาดที่นายหน้าหักเป็นค่าใช้จ่ายได้
  5. ควรจดเป็นบุคคลธรรมดาหรือจดบริษัทเมื่อรายได้สูงขึ้น
  6. เคล็ดลับวางระบบบัญชีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ทำไมภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ถึงมีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และบัญชีนายหน้าขายบ้านมีความซับซ้อนกว่ารายได้ประจำทั่วไป เพราะรายได้ค่าคอมมิชชั่นแต่ละงานมีมูลค่าสูงแต่ไม่สม่ำเสมอ และการจัดประเภทเงินได้เพื่อเสียภาษีก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำของบริษัทนายหน้า นายหน้าอิสระที่รับงานหลายเจ้า หรือเจ้าของกิจการนายหน้าที่จดทะเบียนนิติบุคคลเอง แต่ละแบบมีภาระภาษีและเอกสารที่ต้องจัดการไม่เหมือนกัน

ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นเงินได้ประเภทไหน ขึ้นอยู่กับอะไร

ค่าคอมมิชชั่นของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อาจจัดเป็นเงินได้คนละประเภทแล้วแต่ลักษณะการทำงานจริง หากทำงานในฐานะนายหน้าอิสระที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ มักถูกจัดเป็นเงินได้ประเภทค่านายหน้า/ค่าธรรมเนียม ซึ่งมีวิธีคำนวณภาษีและการหักค่าใช้จ่ายต่างจากเงินเดือนพนักงานประจำ ส่วนกรณีที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลรับงานนายหน้าในนามบริษัท รายได้จะถือเป็นรายได้ธุรกิจที่คำนวณภาษีนิติบุคคลแยกต่างหาก การจัดประเภทที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่ออัตราภาษีและสิทธิหักค่าใช้จ่ายที่ทำได้ จึงควรปรึกษานักบัญชีเพื่อจัดประเภทให้ตรงกับรูปแบบการทำงานจริงของแต่ละคน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ผู้ว่าจ้างต้องหักให้นายหน้า

เมื่อผู้ว่าจ้าง เช่น เจ้าของบ้านหรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้นายหน้า มักมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อนโอนเงิน โดยในทางปฏิบัติอัตราที่มักพบเห็นสำหรับค่านายหน้าอยู่ที่ระดับ 3-5% แต่อัตราที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับสถานะของผู้จ่ายเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) และประเภทเงินได้ที่จัดไว้ในหัวข้อก่อนหน้า นายหน้าควรขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ว่าจ้างทุกครั้งที่รับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานตอนยื่นภาษีเงินได้ประจำปีและใช้เครดิตภาษีที่ถูกหักไปแล้ว หากไม่แน่ใจว่าอัตราที่ถูกหักถูกต้องหรือไม่ ควรตรวจสอบกับนักบัญชีเป็นรายกรณี เพราะอัตราจริงมีหลายระดับตามลักษณะเงินได้

ค่าใช้จ่ายทำการตลาดที่นายหน้าหักเป็นค่าใช้จ่ายได้

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มีค่าใช้จ่ายในการทำงานที่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของเงินได้แต่ละประเภท เช่น ค่าโฆษณาประกาศขายบ้าน ค่าน้ำมันหรือค่าเดินทางพาลูกค้าไปดูทรัพย์สิน ค่าจัดทำสื่อการตลาด และค่าคอมมิชชั่นที่แบ่งให้นายหน้าร่วมงาน การเก็บใบเสร็จและหลักฐานค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ครบช่วยลดฐานภาษีที่ต้องเสียได้ตามจริง แทนที่จะใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาซึ่งอาจได้สิทธิประโยชน์น้อยกว่าหากมีค่าใช้จ่ายจริงสูง

ควรจดเป็นบุคคลธรรมดาหรือจดบริษัทเมื่อรายได้สูงขึ้น

นายหน้าที่มีรายได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ควรพิจารณาเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะโครงสร้างอัตราภาษีและสิทธิหักค่าใช้จ่ายของทั้งสองแบบต่างกัน เมื่อรายได้ถึงระดับหนึ่งการจดบริษัทอาจช่วยวางแผนภาษีได้ดีกว่า แต่ก็มาพร้อมภาระบัญชีและผู้สอบบัญชีที่เพิ่มขึ้น จึงควรให้นักบัญชีช่วยคำนวณเปรียบเทียบตามรายได้จริงของแต่ละคนก่อนตัดสินใจ ไม่มีคำตอบตายตัวว่าระดับรายได้เท่าไหร่ถึงคุ้มสำหรับทุกคน

เคล็ดลับวางระบบบัญชีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ป้องกันปัญหาภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ด้วยการวางระบบพื้นฐาน 4 ข้อนี้:

  • เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ว่าจ้างทุกงานให้ครบ อย่าปล่อยให้หายหรือลืมขอ
  • บันทึกรายได้ค่าคอมมิชชั่นแยกเป็นรายงานทุกครั้งที่ปิดการขาย พร้อมระบุวันที่และผู้ว่าจ้าง
  • เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายทำการตลาดและค่าเดินทางให้ครบ เพื่อใช้หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ให้นักบัญชีช่วยคำนวณเปรียบเทียบภาษีบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลทุกปีเมื่อรายได้เปลี่ยนแปลง
เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อยู่ใช่ไหม?

เรามีประสบการณ์ดูแลภาษีของผู้มีรายได้ค่าคอมมิชชั่นและงานอิสระ ช่วยจัดประเภทเงินได้และวางแผนภาษีให้ถูกต้องตามรูปแบบการทำงานจริง

ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี