ความต่างพื้นฐานของบัญชีธุรกิจบริการกับซื้อมาขายไป
บัญชีธุรกิจบริการต่างจากธุรกิจซื้อมาขายไปตรงที่ไม่มีสินค้าคงเหลือให้ตีราคาปลายงวด รายได้เกิดจากการลงแรงหรือความเชี่ยวชาญของคน เช่น รับจ้างที่ปรึกษา รับจ้างออกแบบ หรือรับจ้างซ่อมบำรุง ขณะที่ธุรกิจซื้อมาขายไปมีสินค้าเป็นตัวกลางที่ต้องบันทึกต้นทุนซื้อ ตีราคาสต๊อก และรับรู้รายได้ทันทีที่ส่งมอบสินค้า ความต่างนี้ส่งผลต่อวิธีบันทึกบัญชีแทบทุกจุด
การรับรู้รายได้บริการ ต่างจากรายได้ขายสินค้ายังไง
รายได้จากการขายสินค้ารับรู้ทันทีที่โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ลูกค้า แต่รายได้บริการต้องพิจารณาว่าให้บริการเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง
- บริการที่จบในครั้งเดียว: รับรู้รายได้เมื่อให้บริการเสร็จสิ้นตามงานที่ตกลง
- บริการต่อเนื่องระยะยาว: เช่น สัญญาบำรุงรักษารายปี ต้องทยอยรับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ให้บริการไปแล้วในแต่ละงวด ไม่ใช่รับรู้รายได้ทั้งก้อนตอนรับเงิน
- เงินมัดจำ/เงินรับล่วงหน้าค่าบริการ: ต้องบันทึกเป็นหนี้สิน (เงินรับล่วงหน้า) ก่อน แล้วค่อยรับรู้เป็นรายได้เมื่อให้บริการจริง
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้ามักหักจากผู้ให้บริการ
ธุรกิจบริการมักถูกลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงิน ต่างจากธุรกิจขายสินค้าทั่วไปที่มักไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ค่าบริการทั่วไป: ลูกค้านิติบุคคลมักหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% จากค่าบริการ
- ต้องขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย: ทุกครั้งที่ถูกหัก เพื่อนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นภาษีเงินได้ประจำปี
- ผลต่อกระแสเงินสด: เงินที่ได้รับจริงจะน้อยกว่ามูลค่างานเต็มจำนวน ต้องวางแผนกระแสเงินสดให้ดี เพราะภาษีที่ถูกหักไว้จะได้คืนก็ต่อเมื่อยื่นภาษีประจำปีแล้วเท่านั้น
โครงสร้างต้นทุนที่คิดคนละแบบ
ต้นทุนของธุรกิจบริการส่วนใหญ่เป็นต้นทุนบุคลากรและเวลา ไม่ใช่ต้นทุนสินค้าเหมือนธุรกิจซื้อมาขายไป
- ต้นทุนบุคลากร: เงินเดือน ค่าจ้างช่างผู้ชำนาญ หรือค่าจ้าง subcontractor เป็นต้นทุนหลักที่ต้องคุมให้สัมพันธ์กับรายได้แต่ละงาน
- ไม่มีสินค้าคงเหลือ: จึงไม่ต้องตรวจนับสต๊อกหรือตั้งด้อยค่าสินค้าเหมือนธุรกิจขายสินค้า แต่ต้องคุมต้นทุน-เวลาที่ใช้ต่องานแทน
- ต้นทุนแยกตามโปรเจกต์: ธุรกิจบริการที่รับงานเป็นโปรเจกต์ควรบันทึกต้นทุนแยกตามงานแต่ละชิ้น เพื่อดูกำไรที่แท้จริงต่องาน ไม่ใช่ดูภาพรวมทั้งบริษัทอย่างเดียว
VAT ของธุรกิจบริการต่างจากธุรกิจขายสินค้ายังไง
ธุรกิจบริการที่จดทะเบียน VAT ต้องเสีย VAT เหมือนธุรกิจขายสินค้า แต่จุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ต่างกัน ธุรกิจขายสินค้าความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบสินค้า ส่วนธุรกิจบริการความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระเงินค่าบริการ หรือเมื่อออกใบกำกับภาษี แล้วแต่ว่าอย่างใดเกิดก่อน ซึ่งหมายความว่าถ้าลูกค้าจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า ธุรกิจบริการต้องออกใบกำกับภาษีและเสีย VAT ทันทีตั้งแต่ตอนรับเงินมัดจำ ไม่ต้องรอให้บริการเสร็จ
บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเรา ช่วยวางระบบรับรู้รายได้บริการ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ VAT ให้ถูกต้องตามรอบธุรกิจของคุณ
ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี