ปล่อยเช่าที่พักรายวัน ต่างจากปล่อยเช่ารายเดือนยังไง
ปล่อยเช่าที่พักรายวันแบบโฮมสเตย์หรือผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Airbnb มีลักษณะเป็นธุรกิจให้บริการที่พักชั่วคราว ไม่ใช่การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์แบบรายเดือนหรือรายปีตามปกติ รายได้เข้าถี่กว่ามากเพราะนับเป็นรอบจองไม่ใช่รอบเดือน มีต้นทุนบริการเพิ่ม เช่น ทำความสะอาดและสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างรอบเข้าพัก และในหลายกรณีเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมซึ่งที่พักให้เช่ารายเดือนทั่วไปไม่ต้องขอ
ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมไหม
ที่พักขนาดเล็กที่ให้บริการไม่เกิน 4 ห้องและรับแขกไม่เกิน 20 คนต่อวัน มีข้อยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎกระทรวง แต่ถ้าเกินเกณฑ์นี้ต้องขอใบอนุญาตให้ถูกต้องก่อนเปิดให้บริการ จุดนี้ควรตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือนักบัญชี/ที่ปรึกษากฎหมายเป็นรายกรณี เพราะมีผลต่อทั้งใบอนุญาตและภาระภาษีที่ต้องเสีย
ค่าคอมมิชชั่นที่ Airbnb/Booking.com หักก่อนโอนเงิน บันทึกยังไง
แพลตฟอร์มจองที่พักอย่าง Airbnb หรือ Booking.com หักค่าคอมมิชชั่นจากยอดจองก่อนโอนเงินให้เจ้าของที่พักเสมอ เช่นเดียวกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ต้องบันทึกยอดจองเต็มเป็นรายได้ก่อน แล้วบันทึกค่าคอมมิชชั่นที่ถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ไม่ใช่บันทึกแค่ยอดสุทธิที่โอนเข้าบัญชี และควรเก็บใบสรุปยอดจองจากแพลตฟอร์มไว้เป็นหลักฐานทุกเดือน
เกณฑ์รายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT
ธุรกิจที่พักรายวันใช้เกณฑ์เดียวกับธุรกิจให้บริการทั่วไป คือเมื่อรายได้รวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เจ้าของที่พักที่รับจองผ่านหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน (Airbnb, Booking.com, ลูกค้าจองตรง) ต้องรวมรายได้จากทุกช่องทางเข้าด้วยกันเพื่อดูว่าถึงเกณฑ์หรือยัง ไม่ใช่แยกดูทีละช่องทาง
รายได้จากที่พักรายวัน เสียภาษีเงินได้แบบไหน
รายได้จากการให้บริการที่พักรายวันถือเป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่เงินได้ค่าเช่าทรัพย์สินแบบปล่อยเช่ารายเดือน หากดำเนินการในนามบุคคลธรรมดา ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า และหากรายได้เริ่มสูงหรือมีที่พักหลายแห่ง ควรพิจารณาเปรียบเทียบกับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกับธุรกิจให้บริการทั่วไป
ให้ทีมนักบัญชีของเราช่วยดูแลเรื่องภาษี กระทบยอดจองจากทุกแพลตฟอร์ม และวางแผนโครงสร้างภาษีที่เหมาะกับธุรกิจที่พักของคุณ
ดูแพ็กเกจรับทำบัญชี